วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ความรู้เล็กๆน้อยๆสำหรับผู้เลี้ยงกระต่าย


กระต่ายที่จะนำมาผสมพันธุ์ควรมีอายุอย่างน้อย 5-7 เดือน ขึ้นอยู่กับพันธุ์หรือมี น้ำหนักมากกว่า 2.5 กิโลกรัม อัตราส่วนของพ่อพันธุ์ต่อแม่พันธุ์คือ 1 ต่อ 8-10 ตัวและ พ่อพันธุ์หนึ่งตัวไม่ควรผสมพันธุ์เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ กระต่ายตัวเมียจะมีรอบการเป็นสัด ประมาณ 16 วัน ควรผสมพันธุ์เมื้อตัวเมียเป็นสัดเต็มที่ โดยดูที่อวัยวะเพศ ซึ่งจะบวมแดงมี เมือกเยิ้ม และกระต่ายอาจแสดงอาการกระวนกระวาย ส่งเสียงร้องหรือใช้เท้าตบพื้นกรง ถ้าเลี้ยงไว้หลายตัวรวมกันตัวที่เป็นสัดอาจขึ้นขี่ตัวอื่น เมื่อตัวเมียเป็นสัดเต็มที่แล้วให้จับ กระต่ายตัวเมียไปใส่ในกรงตัวผู้ ตัวเมียจะยกก้นให้ตัวผู้ผสมพันธุ์ หลังจากผสมพันธุ์เสร็จ แล้วตัวผู้จะตกจากหลังตัวเมีย และมักส่งเสียงร้องพร้อมกับใช้เท้าตบพื้นกรง


แม่กระต่ายจะตั้งท้องประมาณ 29-35 วัน โดยเฉลี่ยประมาณ 31 วัน ในช่วงแรกของ การตั้งท้อง ลูกกระต่ายจะโตขึ้นอย่างช้า ๆ หลังจากวันที่ 15 ของการตั้งท้อง ลูกกระต่ายจะ โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นควรให้อาหารที่มีคุณค่าสูง และเพิ่มปริมาณอาหารให้กับแม่กระต่าย เมื่อแม่กระต่ายตั้งท้องได้ 4 สัปดาห์ ให้จัดเตรียมรังคลอดที่ปูด้วยฟางหรือหญ้าแห้งใส่ใน กรงก่อนคลอด 1-2 วัน แม่กระต่ายจะกัดขนปูรังคลอด และคาบวัสดุต่างๆ ที่เราจัดไว้ไห้มา จัดรังคลอดใหม่ ส่วนใหญ่แล้วแม่กระต่ายจะคลอดในตอนเช้ามืดและให้ลูกครอกละ 5-12 ตัว ลูกกระต่ายแรกเกิดจะยังไม่มีขนขึ้น และยังไม่ลืมตาแม่กระต่ายจะให้ลูกกินนมในตอนเช้าวันละ 1-2 ครั้งๆละ 3-4 นาที เท่านั้น เมื่ออายุ 10 วันลูกกระต่ายจะลืมตา และมีขนขึ้นเต็มตัว พออายุประมาณ 15 วัน ลูกกระต่ายจะเริ่มออกจากรังคลอดและเริ่มกินหญ้าหรืออาหารแข็งได้ ลูกกระต่ายจะหย่านมเมื่ออายุประมาณ 5-7 สัปดาห์


บางครั้งจะพบว่าแม่กระต่ายให้ลูกมากเกินไปทำให้ลูกกระต่ายในครอกนั้นเติบโตช้า ผู้เลี้ยงจึงอาจนำลูกกระต่ายใปฝากแม่ตัวอื่นเลี้ยงได้ แม่กระต่ายที่จะนำไปฝากจะต้องคลอด ห่างกันไม่เกิน 3 วัน และควรฝากเมื้อลูกกระต่ายมีอายุน้อยกว่า 5 วัน โดยนำกระต่ายที่จะฝาก ไปถูกับขนของแม่กระต่ายที่จะรับฝากเลี้ยงแล้วนำไปรวมกลุ่มกับลูกกระต่ายที่มีอยู่ก่อนแล้ว ในกรณีที่ไม่มีแม่กระต่ายให้ฝากเลี้ยงอาจนำลูกกระต่ายมาเลี้ยงเองก็ได้ โดยใช้อาหารแทนนม ดังตารางที่ 3 ส่วนขวดนมก็อาจใช้หลอดฉีดขนาดเล็กหรือหลอดยาหยอดตา โดยที่ปลาย ของหลอดมีสายยางขนาดเล็กต่อสวมไว้ เพื่อให้ลูกกระต่ายดูดนมจากหลอดได้ และทำการเลี้ยงดังตารางที่ 4

ตารางที่ 4 อาหารแทนนมที่ใช้เลี้ยงลูกกระต่าย ส่วนประกอบ ปริมาณ
ไข่แดง 1 ฟอง
นมผง 120 ลบ.ซม. (ลูกบาศก์เซนติเมตร)
น้ำสะอาด 120 ลบ.ซม. (ลูกบาศก์เซนติเมตร)
>น้ำเชื่อม 15 ลบ.ซม. (ลูกบาศก์เซนติเมตร)

ที่มา : Dale L. Brooks, 1986




ตารางที่ 5 การเลี้งดูลูกกระต่ายกำพร้า อายุ การเลี้ยงดู
1 สัปดาห์ ป้อนนมวันละ 5 ลบ.ซม. วันละ 3 เวลา
2 สัปดาห์ ป้อนนมวันละ 15 ลบ.ซม. วันละ 3 เวลา
3 สัปดาห์ ป้อนนมวันละ 25 ลบ.ซม. วันละ 3 เวลา เริ่มให้ผักสด หญ้า และอาหารอัดเม็ด นำกระต่ายออกมาเล่นบ้าง
6-8 สัปดาห์ งดให้นม ให้กินผักสด หญ้า และอาหารอัดเม็ด

กระต่ายน้อยน่ารัก


GIGANTIC Rabbit

กระต่ายยักษ์ Giant Rabbit

ลักษณะ ทางกายวิภาค มีลักษณะทั่วไปเหมือนกระต่ายเเต่ต่างกันก็เพียงขนาดที่ใหญ่กว่ามาก

อัตรา การโต 10-15กิโลกรัม มีขนาดเท่าสุนัขขนาดกลาง

การเลี้ยงดู เลี้ยงเหมือนกระต่ายทั่วไปขอให้ห่วงเรื่องความสะอาดของน้ำ-อาหารรวมไปถึง สถานที่เลี้ยงด้วย ต้องสะอาดเเละมีอากาศถ่ายเทสะดวก **ถ้าเลี้ยงในห้องเเอร์จะดีมาก**

อุปนิสัย เหมือนกระต่ายทั่วไป

อาหาร หญ้าขน หญ้าเเห้ง อาหารกระต่ายสำเร็จรูป

ข้อพึงระวังในการเลี้ยง อากาศภายในที่อยู่อาศัยนั้นต้องเเน่ใจว่าถ่ายเทสะดวก เเละ ไม่เกิดการอับชื้น เพราะเนื่องจาก ฉี่ของกระต่ายนั้น มีเเอมโมเนีย ซึ่งจะสามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบทางเดินหายใจ เเละหากกระต่ายเหยียบฉี่ตลอดจะทำให้ขากระต่ายเป็นเเผลได้
ควรมีสถานที่ กว้างขวางเพื่อให้กระต่ายได้วิ่งเล่นเเละออกกำลังกายเเละได้รับเเสงเเดดด้วย

ข้อ สังเกตุเมื่อไม่สบายเเละโรคที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงการรักษา

ควรป้องกัน ก่อนที่จะเกิดโรค

1 ควรพาเค้าไปพบสัตว์เเพทย์เป็นประจำตามใบนัดเพื่อทำการฉีดวัคซินตามโปรเเกรม

2โรค เครียดที่เกิดจากความร้อน

อาการ ปากเเละจมูกจะมีความชื้นสูง เเละอาจสูงไปถึงคาง เเละอาจมีอาการร่วมคือ เเทบไม่ขยับตัวเลยเอาเเต่นอน เมื่อมีอาการมากขึ้นจะทำให้เลือดออกทางหูได้

การรักษา หากพบเเล้วควรรีบเเยกเปลี่ยนที่ทันทีเเละพาไปที่ที่มีอากาศถ่ายเทเย็นสบาย เเละเงียบสงบ พยายามลดอุณหภูมิภายในร่างกายโดยเร็ว **โดยการจุ่มกระต่ายในน้ำเย็นประมาณ 10 วินาที
***ขอย้ำ 10 วินาที *** ส่วนหัวไม่ต้องจุ้มเเค่เอาน้ำลูบก็พอ

3 โรคระบบทางเดินอาหาร

อาการ ท้องเสีย ถ่ายเหลว

การรักษา ใช้ยา คลอเตตราซัยคลิน หรือ ออกซีตราซัยคลิน ในกินวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น กินร่วมกับ ผงน้ำตาลเกลือ เเร่ โออาเอส เพื่อทดเเทนการสูญเสียน้ำเเละเกลือเเร่ถายในร่างกาย

4การ เกิดอัมพาตที่ส่วนหลัง

เกิดจาก การอุ้มกระต่ายอย่างผิดวิธี หรือ เมื่อกระต่ายตกใจเเล้วยกตัวด้วยเท้าหลังอย่างเเรงมีผลทำให้กระดูกสันหลัง เลื่อน

อาการ กระต่ายจะเคลื่อนที่ด้วยขาหน้าเป็นหลักกระเพราะปัสสาวะอาจขยายใหญ่ กระดูกสันหลังเลื่อนเเละไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลังให้ เกิดอัมพาต

หาก เป็นเเล้วรักษาได้ยากมากเนื่องจากกระดูกสันหลังเเล้วมีเส้นประสาทไขสันหลัง ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากของระบบภายในร่างกาย

5 เเผลที่เท้า

เกิด จาก สถานที่เลี้ยงสกปรก ชื้นหรือเกิดจากการเหยียบฉี่ของตัวกระต่ายเองอย่างที่กล่าวไว้เเล้ว ว่า ฉี่กระต่ายนั้นมีเเอมโมเนีย

อาการ เกิดเเผลที่ฝ่าเท้า ขนบริเวณนั้นจะหลุดร่วง เกิดการอักเสบ หาก ไม่ได้รับการดูเเล กระต่ายจะเป็นมากขึ้นจะเกิดการติดเชื้อ สะเเตฟฟิลโลคลอดคลัด เเละมีหนองเกิดขึ้น เป็นได้ทั้งขาหน้าเเละขาหลัง

การรักษา ใช้น้ำอุ่นล้างเเผลเเล้วใช้ยาฆ่าเชื้อ ส่วนในกรณีที่เกิดจนเป็นหนอง ให้ทำการเปิดเเผลเเล้วล้างเอาหนองออกให้หมด หลังจากนั้นใช้ ทิงเจอร์ไอโอดีนทา ทำเช่นนี้ทุกวันจนกว่าเเผลจะหายดี
**ขอให้คำนึง เรื่องความสะอาดเเละถูกหลักอนามัยด้วยนะครับ**

6 ก้อนขนในกระเพาะอาหาร

เกิดจาก การกินขนของตัวเองเนื่องมาจากการได้รับอาหารไม่พอเหมาะ เช่นการกินอาหารจำพวกพืชผักน้อยเกินไป

อาการ บนตัวกระต่ายขนหายไปเป็นย่อมๆ เเต่ไม่พบขนกระต่ายที่หลุดร่วงเลย เเละอาการที่จะเกิดขึ้นต่อมา คือ ไม่กินอาหาร เพราะ ขน ที่กินเข้าไปนั้นรวมตัวกันเป้นก้อนอุดตันที่กระเพาะอาหาร

รักษาโดย การกรอกน้ำฟืชลงไปในส่วนของกระเพาะอาหาร

วิธีการเลือกซื้อกระต่ายและการแยกเพศกระต่าย...

หลายๆท่านเคยซื้อกระต่ายมาเลี้ยง และพบปัญหาและมีคำถามต่างๆ มากมาย แต่ไม่ทราบจะหันหน้าไปปรึกษาใคร จนในที่สุดก็เกิดอาการเบื่อหน่ายและพาลเข็ดจนเลิกเลี้ยงไปเลยก็มี เช่นซื้อเพศเมียมา เลี้ยงๆไปถึงจะเห็นว่าเป็นเพศผู้ พอกลับไปหาคนขายก็ตอบอย่างไม่รับผิดชอบว่า...
"ก็ดี ให้เก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์"...จะเก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์ยังไงล่ะก็มีแต่ตัวผู้ทั้งนั้น

หรือบางท่านซื้อเพศผู้มา เพราะไม่ต้องการมีลูกเป็นภาระ พอเลี้ยงไป 4 เดือนไม่รู้ว่ามีลูกโผล่ขึ้นมาได้ยังไงตั้ง 4-5 ตัว วิ่งตามกินนมเจ้าตัวที่คนขายบอกว่าเป็นตัวผู้กันยั้วเยี้ย พอกลับไปหาคนขายกลับตอบอย่างอารมณ์ดีว่า "ก็ดีซิ ได้แถมตั้ง 4 ตัว" อีกเรื่องหนึ่ง ตอนซื้อลูกกระต่ายอายุไม่ถึงเดือน คนขายก็บอกว่าเป็นพันธ์แคระ จะโตกว่านี้ไม่เท่าไรหรือบอกว่าเป็นพันธุ์นั้นพันธุ์นี้ ชื่อก็ฟังดูเป็นฝรั่งดี แต่พอเลี้ยงๆไป ตัวก็โตจนจะล้นกรง ทั้งหน้าตาและขนก็ไม่ต่างไปจากกระต่ายพื้นเมืองบ้านเราเลย

ยังมีปัญหาต่างๆ อีกมากมายที่คนรักสัตว์อย่างพวกเราถูกพวกพ่อค้าหัวใสแต่ไม่มีความรับผิดชอบหลอก ที่หนักที่สุด ที่ทำให้ผู้รักกระต่ายหลายๆ รายเข็ด เลิกเลี้ยงกระต่ายไปเลยก็คือ ตอนซื้อถามคนขายว่ากระต่ายมีอายุอยู่ได้กี่ปี คนขายบอกว่า 5-6 ปี แต่พอซื้อมาอยู่บ้านเราได้ 3-4 วัน ก็นอนตายตัวแข็งทื่อโดยไม่ทราบสาเหตุ (หรือว่าอาจฟังผิดไปเองระหว่างคำว่า "ปี" กับ "วัน") แต่ทั้งนี้ก็ไม่กล้ากลับไปหาคนขายเพราะกลัวเขาจะตอบว่า "ก็โง่เองช่วยไม่ได้"

จากครั้งนั้นมาผู้เขียนก็เริ่มค้นคว้าหาความรู้เรื่องกระต่ายอย่างจริงจังจากห้องสมุด จากมหาวิทยาลัยต่างๆ จากหนังสือวิธีการเลี้ยงกระต่ายของต่างประเทศ และจากประสบการณ์การเลี้ยงและสัมผัสจากของจริง ก็ยังมีอีกหลายๆ เรื่องที่ยังไม่รู้และยังมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นให้ต้องค้นคว้ากันต่อไป แต่ก็พอจะมีความรู้และประสบการณ์อยู่บ้างจึงขออาสาถ่ายทอดให้ผู้ที่รักและกำลังคิดจะเริ่มเลี้ยงกระต่ายให้ได้ทราบกัน . สถานที่ขาย ควรเลือกจากร้านหรือฟาร์มที่เชื่อถือได้ บริเวณที่ขายควรสะอาด มีการรับประกันสุขภาพ หากป่วยหรือตายจากโรคติดต่อในเวลาที่กำหนดควรนำไปเปลี่ยนตัวใหม่ได้ ถ้ามีประวัติสายเลือด "พ่อ แม่ ปู ย่า ตา ยาย" จะดีมาก (สำหรับกรณีกระต่ายพันธุ์ที่แท้เท่านั้น)

สุขภาพ กระต่ายซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงดูได้ดังนี้

1.ดวงตาใสสะอาด ฉายแววฉลาด ไม่มีขี้ตา
2.จมูก ปลายเนื้อจมูกชื้นเล็กน้อย ไม่แห้งและไม่เปียกชุ่ม บริเวณใต้คางต้องแห้งสนิท
3.บริเวณก้นและอวัยวะเพศสะอาด ไม่มีอุจจาระติดเลอะเทอะ เพราะอาจจะท้องเสียหรือเคยท้องเสีย
4.ขนบริเวณใต้ท้องควรแน่นและปกคลุมมองไม่เห็นหนังท้องใส เพราะอาจจะเป็นโรคพยาธิ หรือโรคอื่น ๆ ที่ยังไม่แสดงอาการ ซึ่งมักจะทำให้กระต่ายอายุสั้น และตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
5.บริเวณจมูก ใบหู และเท้าทั้งสี่ข้าง ไม่มีแผลหรือผิวหนังตกสะเก็ดเป็นขุย
6.ในรูหูไม่มีขี้หูอุดตัน เพราะอาจเป็นรังของตัวไร กระต่ายที่อาการเช่นนี้จะไม่ถึงตาย แต่จะทำให้ไม่แข็งแรงและโตช้า และจะลุกลามไปยังตัวอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว
7.ฟันหน้าจะต้องไม่ยื่น กระต่ายเมื่อโตเต็มที่ อายุ 3 เดือนขึ้นไปต้องมีฟันหกซี่ กระต่ายเล็ก จะมีฟัน 4 ซี่
8.ลำตัว เวลาคลำดูกระดูกสันหลังจะต้องไม่โปน ไม่พบกระดูกซี่โครงเป็นซี่ๆ เนื้อแน่นอกเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และสะโพกกลมเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
9.สุขภาพโดยรวม มีความร่าเริงแจ่มใส และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมดี เวลาจับต้องดิ้นหรือวิ่งหนีไม่ยอมให้จับได้ง่ายๆ

การดูเพศ

การคัดเพศในกระต่ายเล็ก อาจจะทำได้ตั้งแต่หลังคลอด 1 ถึง 2 วัน แต่โดยทั่วไปแล้ว เพื่อความถูกต้องและไม่ผิดพลาด ควรคัดเพศเมื่อกระต่ายมีอายุตั้งแต่ 3 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากสังเกตความแตกต่างระหว่างเพศได้ง่ายและชัดเจน

การจับกระต่ายเพื่อดูเพศ โดยใช้มือซ้ายจับบริเวณหนังตรงส่วนหลังของกระต่าย แล้วหงายท้องขึ้นให้หัวห้วยลง ส่วนก้นหันเข้าหาตัวเอง ลักษณะเช่นนี้ช่องอวัยวะเพศจะอยู่ติดกับช่องทวารหนัก ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของมือขวา กดลงในแนวตั้งฉากกับส่วนท้อง โดยนิ้วชี้อยู่เหนืออวัยวะเพศ นิ้วหัวแม่มืออยู่ตรงช่องทวารหนัก เมื่อกดลงจะเห็นลักษณะได้ชัดเจน น้ำหนักแรงกดมีส่วนสำคัญมาก ต้องกดแรงพอที่จะให้อวัยวะเพศโผล่ขึ้นเหนือช่องท้อง

ลักษณะอวัยวะเพศเมีย เมื่อมองจากด้านบนจะมีลักษณะยาวรี เป็นรูปตัววีตั้งทำมุม 45 องศากับส่วนท้อง ไม่มีรูที่ปลายอวัยวะเพศ เมื่อมองจากด้านข้างโดยมองจากส่วนหางผ่านช่องทวารหนักไปที่อวัยวะเพศจะเห็นเส้นรอยแยกของอวัยวะเพศเมีย จากปลายยอดของอวัยวะเพศจรดช่องทวารหนัก

ลักษณะอวัยวะเพศผู้ เมื่อมองจากด้านบน จะมีลักษณะนูนกลม เป็นท่อ มีรูที่ปลายอวัยวะเพศ เมื่อมองจากด้านข้าง จะเป็นท่อกลมตั้งฉากกับส่วนท้อง

กระต่ายฉี่เป็นเลือด ....เกิดจากอะไร

เมื่อบันนี่ฉี่ป็นเลือด (โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยมหิดล)

เจ้ากระต่ายแสนรักฉี่ออกมาเป็นเลือด ทำเอาเจ้าของและคุณหนูหนูในบ้านตกอกตกใจ เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อเจ้ากระต่ายน้อยไปใหญ่โต อย่าตื่นตูม ตกใจ แต่ต้องมีสติและความรู้เบื้องต้นของ "การฉี่เป็นเลือดในกระต่าย" ก็จะรู้ว่าควรทำอย่างไรกับเจ้าบันนี่ของคุณ

การฉี่เป็นเลือด ในที่นี้หมายถึง กระต่ายฉี่ออกมาปะปนด้วยเม็ดเลือด จะมากน้อยก็สุดแท้แต่ หรือมีลิ่มเลือด (เลือดที่แข็งตัวเป็นก้อน) ออกมาด้วยก็ได้ ทั้งนี้ เจ้ากระต่ายอาจไม่แสดงอาการป่วยอื่นๆ ให้เห็น หรือบางตัวถ้าเราอุ้มหรือจับบริเวณหน้าท้องตรงตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะ เขาอาจแสดงอาการเจ็บและดิ้นรน หากฉี่ไม่ออก จะพบว่าท้องป่อง เนื่องจากฉี่อั้นไว้เต็มกระเพาะปัสสาวะนั่นเอง และฉี่เหล่านั้นมักปนด้วยเม็ดเลือด

สาเหตุของการฉี่เป็นเลือดสามารถเกิดได้จาก...

การติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้อักเสบ

เนื้องอกของระบบทางเดินปัสสาวะตอนปลาย

ถูกกระทบกระเทือนรุนแรงที่กระเพาะปัสสาวะ หรือตัวไต

ก้อนนิ่ว

กรวยไตอักเสบ ติดเชื้อ

เนื้องอกของไต

นิ่วในกรวยไต

มดลูกอักเสบ

มดลูกถูกกระทบกระเทือน

เนื้องอกของมดลูก

ใน 3 กรณีหลังเป็นการเกิดในมดลูก แต่มีเลือดปนออกมากับฉี่ของกระต่าย เพราะขับถ่ายออกมาทางปากช่องคลอดด้วยกัน

ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ให้พากระต่ายของคุณไปพบสัตวแพทย์ โดยมีการตรวจที่ละเอียดเพื่อหาสาเหตุ เช่น ตรวจฉี่ เพาะเชื้อ ฉายเอกซเรย์ หรือแม้แต่ใช้อัลตร้าซาวน์ (เหมือนในคน) การตรวจพิเศษจำเพาะอื่นๆ ที่มีเฉพาะโรงพยาบาลสัตว์ใหญ่ๆ เช่น ใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะปัสสาวะ หรือตัดชิ้นเนื้อออกมาพิสูจน์ ฯลฯ

เมื่อคุณหมอวินิจฉัยหาสาเหตุฉี่เป็นเลือดของกระต่ายได้แล้ว ก็จะทำการรักษาให้ตรงกับสาเหตุ ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย กรณีกระเพาะปัสสาวะอักเสบเพราะเชื้อแบคทีเรีย หรือผ่าตัดเอาก้อนนิ่วที่เป็นต้นเหตุออกจากกระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ

สำหรับกระต่ายที่วัยกลางกระต่ายหรือแก่ อาจพบว่าฉี่เป็นเลือดได้ เนื่องจากเนื้องอกของระบบปัสสาวะ
การ ป้องกันโดยทั่วไป ทำได้โดยอย่าให้กระต่ายต้องอั้นฉี่ เนื่องจากไม่มีสถานที่เหมาะสม หรือถูกรบกวนเกิดความเครียด (มีหมา แมว รายล้อม) ทั้งยังต้องจัดหาน้ำดื่มไว้ให้เพียบพร้อม แม้ว่าดูเหมือนมันจะไม่กินก็ตาม รวมถึงอาหารจำพวกพืชผักที่มีน้ำในตัวอีกด้วย นับเป็นอีกแหล่งน้ำที่สำคัญสำหรับกระต่ายของคุณ

ส่วนสาเหตุที่ฉี่เป็นเลือดมาจากการกระทบกระเทือนนั้น คุณต้องมั่นใจว่าทุกครั้งที่อุ้มหรือจับกระต่าย ทำอย่างถูกต้อง ให้ระมัดระวังลูกๆ ทั้งหลายอาจทำกระต่ายหลุดมือตกกระแทกพื้นจนฉี่เป็นเลือดก็ย่อมได้ ฉะนั้น ต้องสอนเด็กๆ ให้รู้จักวิธีอุ้มหรือจับ และเล่นกับกระต่ายอย่างถูกวิธี และมีความอ่อนโยนละมุนละม่อม เชื่อว่าด้วยวิธีเหล่านี้ จะลดโอกาสที่กระต่ายจะฉี่เป็นเลือดลงได้ค่ะ