กระต่ายกลับมาบ้านแล้วเลี้ยงไปเลี้ยงมา ไม่กี่วันก็เสียชีวิตโดยไร้สาเหตุ จึงเกิดคำร่ำลือมากมายว่ากระต่ายเลี้ยงยากตายง่าย ทำให้หลาย ๆ คนเลิกคิดที่เลี้ยงกระต่ายไปเลย แต่โดยความเป็นจริงแล้วกระต่ายไม่ใช่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงยากอย่างนั้นเลย จริงๆแล้ว กระต่ายเป็นสัตว์ที่แข็งแรงและอดทนมาก ฉะนั้นต่อไปนี้เราจะมาดูกันว่า ครั้งต่อไปเวลาเราจะเลือกกระต่ายสวยและสุขภาพดีกลับบ้าน จะต้องทำอย่างไรบ้าง ...
1.สถานที่ขาย
เบื้องต้นต้องดูเรื่องของความสะอาด หากเป็นร้านจำหน่ายทั่วไปดูได้จากการจัดการร้าน ควรจะสะอาด กระต่ายในร้านควรมีสุขภาพดี มีความตื่นตัวสูง หากเป็นฟาร์ม โรงเรือนต้องถูกสุขลักษณะ มีการจัดการเรื่องของสุขาภิบาลอย่างถูกต้อง กระต่ายในฟาร์มต้องสมบูรณ์ไม่มีตัวใดตัวหนึ่งเป็นโรค เพราะฟาร์มนั้นเลี้ยงกระต่ายร่วมกันมากมายหากตัวใดเป็นโรค โอกาสในการแพร่เชื้อจะสูงตามไปด้วย ควรซื้อกระต่ายจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และต้องมีการรับประกันสุขภาพ เช่น ใบรับรองสุขภาพ รวมทั้งต้องมี ใบเพ็ดดีกรีด้วย ซึ่งจะต้องบอกรายละเอียด วันเดือนปีเกิดของตัวกระต่ายเอง รวมถึง รายละเอียดของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย 3 รุ่นขึ้นไป
2.สุขภาพ
การเลือกกระต่ายสุขภาพดีสำคัญมากกว่าสีสัน ลวดลาย หรือสิ่งใดๆ การที่จะรู้ได้ว่ากระต่ายมีสุขภาพดีหรือไม่ เรามีวิธีที่สามารถตรวจสอบด้วยตนเอง โดยใช้วิธีตรวจสอบในจุดหรืออวัยวะส่วนต่าง ๆ ของกระต่ายดังนี้ คือ
ตา
ดวงตากระต่ายต้องสดใส ปราศจากขี้ตา มองดูสีตาต้องถูกต้องตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์และสีตัว ไม่มีโรคเกี่ยวกับสายตา เช่น ต้อกระจก ผิวหนังรอบ ดวงตาต้องไม่เป็นสะเก็ดหรือร่องรอยบาดแผล รวมทั้งไม่มีเชื้อรารอบดวงตาด้วย
จมูก
โพรงจมูกกระต่ายต้องปกติ ไม่มีร่องรอยของอาการหวัด เช่นมีน้ำมูกเกรอะกรัง ปกติจมูกกระต่าย จะมีลักษณะที่เปียกนิดหน่อย แต่ไม่ควรชื้นแฉะเพราะนั่นคืออาการของไข้หวัด
ปาก-ฟัน
สิ่งสำคัญที่จะต้องดูเป็นพิเศษก็คือ ปากและฟัน เปิดปากกระต่ายเพื่อตรวจดูฟันซี่หน้า ต้องสบกันพอดี ฟันหน้าคู่บนต้องอยู่ด้านหน้าของฟันหน้าคู่ล่างเล็กน้อย แต่ต้องไม่มีอาการเอียง เก ยื่น บิดเบี้ยว หรือแตกหัก การตรวจฟันกระต่ายสำคัญมากเพราะกระต่ายอายุน้อยจะยังไม่แสดงอาการไม่พึงประสงค์หรือโรคทางพันธุกรรมออกมา แต่เมื่อคุณเลี้ยง ๆ ไป อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ แสดงออกมา และจะกลายเป็นฝันร้ายสำหรับคุณไปตลอด เพราะการดูแลกระต่ายที่มีฟันผิดปกติเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสมาก คุณต้องตัดฟันกระต่ายเองหรือให้สัตวแพทย์ตัดให้ทุก 2 สัปดาห์ เพราะกระต่ายที่เป็นโรคฟันยื่นจะทานอาหารได้ลำบากมาก
หู
ตรวจดูใบหูต้องสะอาด มองดูในรูหูต้องไม่มีขี้หูอุดตัน เพราะอาจเป็นรังของตัวเห็บไรได้
ท้อง
ตรวจดูขนบริเวณใต้ท้องต้องแน่นและปกคลุมมองไม่เห็นหนังท้องใส เพราะอาจเป็น โรคพยาธิ หรือโรคอื่น ๆ ที่ยังไม่แสดงอาการออกมา
เท้า
ตรวจดูเท้าทั้ง 2 คู่ ต้องเดินและกระโดดเป็นปกติ ไม่มีอาการแบะหรือถ่าง ขนใต้เท้าคู่หลังทั้งสองข้างต้องหนาและไม่มีแผลบริเวณใต้เท้า
เล็บ
เล็บเท้าต้องมีครบทุกนิ้ว กระต่ายมีนิ้วทั้งหมด 18 นิ้ว ขาหน้ามีข้างละ 5 นิ้ว ในขณะที่ขาหลังมีข้างละ 4 นิ้วเท่านั้น สีของเล็บต้องถูกต้องตามสายพันธุ์ หนังหุ้มเล็บต้องไม่ตกสะเก็ดเป็นแผลหรือเป็นเชื้อรา หรืออักเสบเป็นผื่นคัน
ขน
กระต่ายสุขภาพดีต้องมีขนเป็นมันสลวยไม่หยาบกร้านหรือหลุดร่วงง่าย สังเกตุจากความแน่นหนาของขน สีสันต้องชัดเจน ผิวหนังใต้ขนต้องไม่มีสะเก็ดแผล ผื่นคัน หรือแข็งกระด้าง คุณสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง ใช้มือลูบขนเพื่อตรวจสอบผิวหนังใต้ขนในจุดต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะซื้อกระต่ายสายพันธุ์ที่มีขนยาว ขนที่ยาวนั้นสามารถซ่อนสิ่งต่าง ๆ ไว้ได้มากมาย
ลำตัว
จับบริเวณลำตัวกระต่ายเนื้อต้องแน่น เวลาคลำดูกระดูกสันหลังต้องไม่ปูดโปน กระต่ายต้องไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป เนื้อสะโพกต้องเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
ลักษณะโดยทั่วไป
กระต่ายที่สุขภาพดีจะต้องร่าเริง ตื่นตัว และดูแลทำความสะอาดตัวเองอยู่เสมอ กระต่ายที่เป็นโรคจะเก็บตัวนอนนิ่ง ๆ ไม่ค่อยวิ่งซุกซน มีอาการซึม
วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น